ตัวอย่างคำสนทนา | วัฒนธรรมในการพูด | อธิบายเพิ่มเติม | การสนทนากับผู้อาวุโส




5287-attachment.gifตัวอย่างคำสนทนา5287-attachment.gif

ภาษาพม่า
อ่านออกเสียง
แปลเป็นไทย
เมาง เมาง
มีง ฆลา บา คีน บฺยา
สวัสดีครับ
เนฺว นิ
มีง ฆลา บา ฌีน
สวัสดีคะ
เมาง เมาง
เน เก๊าน ฏ๊ะ ลา คีน บฺยา
สบายดีหรือครับ
เนฺว นิ
ฮก แก่, เน เก๊าน บา แด ฌีน ก่อ
ค่ะ (สบายดี), แล้วคุณล่ะคะ
เมาง เมาง
จนอ แหล่ เก๊าน บา แด
ผมก็สบายดีครับ

leftright_008.gifวัฒนธรรมในการพูดleftright_008.gif

คำทักทายในภาษาพม่าที่กล่าวว่า มีง ฆลา นั้น เป็นคำจากภาษาบาลีซึ่งมีความหมายว่ามังคละ หรือ มงคล การได้พบหรือได้รู้จักกันจึงได้กล่าวคำอันเป็นศิริมงคล ว่า มีง ฆลา แล้วเติมคำว่า บา หรืออาจเรียกว่า “หางเสียง” เพื่อบ่งบอกถึงความสุภาพเข้าไว้ด้วย
คำลงท้ายเพื่อเพิ่มความสุภาพอีกอย่างหนึ่งคือคำว่า ฌีน ซึ่งมีความหมายว่า ค่ะ และคำว่า คีน บฺยา มีความหมายว่า ครับ โดยมักจะรวมกันเป็นถ้อยคำทักทาย เป็น
มีง กลา บา ฌีน (ในกรณีที่ผู้ชายพูด)
มีง กลา บา คีน บฺยา (ในกรณีที่ผู้หญิงพูด)
อย่างไรก็ดี การทักทายดังกล่าวนี้ เหมาะแก่การเพิ่งรู้จักกันเป็นครั้งแรก หรือการทักทายเมื่อพบกันในวันใหม่ หากเป็นการพบปะกันในรอบวันของคนทำงานในที่ทำงานแห่งเดียวกัน หรือรู้จักมักคุ้นกันดีแล้ว ก็มักจะทักทายอย่างเป็นกันเองด้วยข้อความอื่นๆ แตกต่างกันไปตามสถานภาพของความสัมพันธ์ของคู่สนทนา ถ้าหากเป็นเพื่อนในสถานที่ทำงาน หรือรู้จักคุ้ยเคยกันดีแล้ว อาจถามว่า

คำอ่านออกเสียง
แปลเป็นไทย
แบ ฆลา ฏแล
ไปไหนมา
ทมิน ซ่า ปีบี่ ลา
กินข้าวแล้วหรือยัง
ฏฺวา แหล่ ด๋า ปฺย่า ลา
ไปเที่ยว (มาแล้ว) สนุกมั้ย
แบ่ โล แล
เป็นยังไง, เป็นไงรึ
เหน่ ม เก๊าน บู่ ลา
ไม่สยายหรือ(ดูท่าไม่ค่อยสบาย)
เหน่ เก๊าน ฏลา คีน บฺยา
สบายดีหรือครับ
เป็นต้น



3111.gifการถาม-การตอบ3111.gif

คำถามประเภทที่ให้ตอบว่า ใช่-ไม่ใช่, ถูก-ไม่ถูก ในภาษาไทยเราใช้ว่า ไหม หรือ มั้ย ในภาษาพม่าจะแยกการใช้เป็น 3 ลักษณะคือ แสดงความเป็นปัจจุบัน แสดงความเป็นอดีต และแสดงความเป็นอนาคต โดยมีเสียงสำคัญที่พึงแยกคือ เสียงที่เปล่งออกว่า /-ลา/ กับ /-แล/

เสียง /-ลา/ เป็นเสียงที่ชี้ว่าเป็นคำถาม หากเทียบเป็นภาษาไทยจะได้ความว่า มั้ย ทั้งนี้ต้องเติมคำกริยาหรือคำวิเศษณ์ไว้ข้างหน้า เช่น หิวมั้ยกินมั้ยไปมั้ยดีมั้ยดูมั้ย เป็นต้น ภาษาพม่าก็คล้ายกัน คือต้องเติมคำกริยา หรือคำวิเศษณ์ไว้ข้างหน้า –ลา เช่น (ในกรณีที่ถามถึงปัจจุบัน อาจใช้ว่า ฏลา ก็มี

ฮก บ่า ลา/ฏลา ใช่มั้ย (ครับ/คะ) (บา หรือ บ่า หรือ ป่า เป็นเสียงแสดงความสุภาพ)

ซ่า บ่า ลา/ฏลา กินมั้ย (ครับ/คะ) (บา หรือ บ่า หรือ ป่า เป็นเสียงแสดงความสุภาพ)

นา บ่า ลา/ฏลา เจ็บมั้ย (ครับ/คะ) (บา หรือ บ่า หรือ ป่า เป็นเสียงแสดงความสุภาพ)

ไจ๊ก บ่า ลา/ฏลา ชอบมั้ย (ครับ/คะ) (บา หรือ บ่า หรือ ป่า เป็นเสียงแสดงความสุภาพ)

เฏ๊าก บ่า ลา/ฏลา ดื่มมั้ย (ครับ/คะ) (บา หรือ บ่า หรือ ป่า เป็นเสียงแสดงความสุภาพ)

ฏิ๊ บ่า ลา/ฏลา รู้มั้ย (ครับ/คะ) (บา หรือ บ่า หรือ ป่า เป็นเสียงแสดงความสุภาพ)

ดังกล่าวมานี้เป็นการถามที่หมายถึงสถานการณ์ปัจจุบัน แต่ถ้าประสงค์จะหมายถึงอนาคต (หรือทำนายความน่าจะเป็น) ต้องเปลี่ยนเสียง –ลา หรือ -ฏลา เป็น มลา เช่น

ฮก บ่า มลา จะใช่มั้ย (ครับ/คะ) (บา หรือ บ่า หรือ ป่า เป็นเสียงแสดงความสุภาพ)

ซ่า บ่า มลา จะกินมั้ย (ครับ/คะ) (บา หรือ บ่า หรือ ป่า เป็นเสียงแสดงความสุภาพ)

นา บ่า มลา จะเจ็บมั้ย (ครับ/คะ) (บา หรือ บ่า หรือ ป่า เป็นเสียงแสดงความสุภาพ)

ไจ๊ก บ่า มลา จะชอบมั้ย (ครับ/คะ) (บา หรือ บ่า หรือ ป่า เป็นเสียงแสดงความสุภาพ)

เฏ๊าก บ่า มลาจะดื่มมั้ย (ครับ/คะ) (บา หรือ บ่า หรือ ป่า เป็นเสียงแสดงความสุภาพ)

ฏิ๊ บ่า มลา จะรู้มั้ย (ครับ/คะ) (บา หรือ บ่า หรือ ป่า เป็นเสียงแสดงความสุภาพ)

ดังนั้น ฏลา เป็นคำถามว่า มั้ย ที่กล่าวถึงปัจจุบัน

มลา เป็นคำถามว่า มั้ย ที่กล่าวถึงอนาคต



เวลาตอบคำถามจากข้างต้น เมื่อถาม มั้ย

  • ถ้าเกี่ยวกับปัจจุบัน ให้ตอบ /...บ่า ฏแล/ (เวลาพูดจริง มักออกเสียงว่า /บ่า แด/)
  • ถ้าเกี่ยวกับอนาคต ให้ตอบ /...บ่า มแล/ (เวลาพูดจริง มักออกเสียงว่า /บ่า แม/) เช่น

ถาม ฮก บ่า ฏลา ใช่มั้ย (ถามเกี่ยวกับปัจจุบัน)

ตอบ ฮก บ่า แด ใช่ (ตอบเกี่ยวกับปัจจุบัน)



ถาม ฮก บ่า มลา จะใช่มั้ย (ถามเกี่ยวกับอนาคต)

ตอบ ฮก บ่า แม คงจะใช่, อาจจะใช่ (ตอบเกี่ยวกับอนาคต)



การตอบคำถาม –ลา นี้ เวลาตอบให้นำคำกริยา หรือคำวิเศษณ์ที่เป็นคำถามนั้นมาตอบ อย่างในภาษาไทยถามว่า “ชอบมั้ย” เวลาตอบก็นำคำว่า ชอบ ซึ่งเป็นคำกริยาจากคำถาม แต่การตอบมีทั้งที่เป็นการตอบรับ กับตอบปฏิเสธ เช่น

ถาม ซ่า มลา จะกินมั้ย (ถามถึงอนาคต)

ตอบรับ ซ่า บ่า แม (จะ) กินครับ/ค่ะ

ตอบปฏิเสธ ม ซ่า บา บู (จะ)ไม่กินครับ/ค่ะ

หลักการง่ายๆ สำหรับการตอบปฏิเสธ คือมีโครงสร้าง

+ (คำกริยา/คำวิเศษณ์) + บู

3109.gifอธิบายเพิ่มเติม3109.gif


ที่พยางค์แรก ให้ออกเสียง มะ เพียงครึ่งเสียง หรือในการออกเสียงจริง ชาวพม่าอาจออกเสียงเป็น /เหมอะ/ เพียงครึ่งเสียงก็มี แล้วตามด้วยคำกริยา หรือวิเศษณ์ และปิดท้ายประโยคด้วย บู ดังนั้น เมื่อทราบคำกริยาหรือวิเศษณ์ที่ต้องการถาม ก็สามารถนำคำดังกล่าวมาแทนที่ระหว่าง กับ บู ได้ทันที



คำกริยา

ซ่า กิน, รับประทาน

เฏ๊าก ดื่ม

ลา มา

พฺยา กลับ

เฌย (เฌ+ย) ดู

ลก ทำ, ปฏิบัติ

ปฺยอว พูด

ยู เอา

เพ่ ให้

ยู เอา



3112.gifการสนทนากับผู้อาวุโส3112.gif


ชาวพม่ามีวัฒนธรรมในเรื่องความอาวุโส ซึ่งแสดงออกทางการพูดด้วย ดังนั้นในการพูดไม่ว่าจะเป็นการถามหรือการตอบ โดยเฉพาะการสนทนากับผู้อาวุโส หากผู้พูดพูดด้วยการมีหางเสียง หรือคำที่ออกเสียงว่า บา ก็จะช่วยให้บรรยากาศของการสื่อสารดูมีความอบอุ่น อีกทั้งแสดงออกว่าผู้พูดมีมารยาทและการศึกษาที่ดี อีกด้วย

คำถาม “อะไร”

การที่จะได้คำศัพท์เพิ่มเติม นอกจากผู้สอนจะเป็นคนบอกแล้ว การถามโดยผู้เรียนนอกจากจะช่วยสร้างเสริมความเป็นมิตรแล้ว ยังทำให้เจ้าของภาษารู้สึกดีในการบอกคำตอบ หรือแม้กระทั่งยินดีที่จะสอนภาษาให้ เพราะเห็นว่าผู้เรียนหรือผู้ซักถามมีความสนใจในภาษาของเขา

ชาวพม่านั้นมีอัธยาศัยไมตรีไม่ต่างไปจากชาวไทย กล่าวคือ เมื่อเห็นว่ามีผู้สนใจภาษาพม่า ชาวพม่าก็รู้สึกยินดีที่จะบอกหรือสอนภาษาให้

วิธีการหนึ่งที่เป็นทั้งการฝึกออกเสียง ฝึกความกล้าที่จะถามเพื่อจะได้รับคำตอบ รวมทั้งฝึกในการที่จะรับฟังด้วย นั่นคือให้ถามคำถามง่ายๆ ว่า “อะไร” เป็นภาษาพม่า

คำว่า “อะไร” ภาษาพม่าใช้ว่า บ่าแล (บางครั้งอาจฟังเป็น บาเลบ่าเหลบ่าแหล ก็มี)

ในระยะเริ่มต้น ผู้เรียนสามารถสอบถามชาวพม่า ด้วยการถามชื่อเรียกสิ่งของเครื่องใช้ที่อยู่เฉพาะหน้า เช่น ดินสอ ปากกา หนังสือ โต๊ะ เก้าอี้ ฯลฯ ที่อยู่ใกล้ๆ เช่น

เมื่อชี้นิ้วไปที่ปากกา แล้วถามว่า ดีฮา บ่าแหล

ชี้นิ้วไปที่หนังสือ แล้วถามว่า ดีฮา บ่าแหล

ชี้นิ้วไปที่เก้าอี้ แล้วถามวา ดีฮา บ่าแหล

ชี้นิ้วไปที่โทรศัพท์ แล้วถามว่า ดีฮา บ่าแหล

ความหมายของ ดีฮา ก็คือ สิ่งนี่ หรือ สิ่งนี้

ดีฮา บ่าแหล มีความหมายว่า นี่คืออะไร

บางครั้งอาจมีการรวบรัดพูดให้สั้นอย่างเป็นกันเองกับผู้ฟัง จากเสียง 2 พยางค์ ดีฮา กลายเป็นพยางค์เดียวว่า ดา เช่น ดา บ่าแหล ก็ได้ความเท่ากันกับ ดีฮา บ่าแหล แต่การพูดรวบเหลือพยางค์เดียง มักใช้กับคนที่สนิทคุ้นเคยกันดีแล้ว

ถ้าเป็นสิ่งที่ต้องการรู้อยู่ห่างออกไปจากตัวผู้พูด ก็เปลี่ยนการพูดจาก ดีฮา เป็น โฮฮา ซึ่งมีความหมายว่า นั่น เช่น ถามว่า โฮฮา บ่าแหล นั่นคืออะไร

หากต้องการถามสิ่งที่อยู่ไกลยิ่งกว่านั้น จะใช้ว่า โฮ้ฮา บ่าแหล โน่นคืออะไร

ดีฮา บ่าแหล นี่คืออะไร โฮฮา บ่าแหล นั่นคืออะไร โฮ้ฮา บ่าแหล โน่นคืออะไร

909582q39w554334.gif909582q39w554334.gif909582q39w554334.gif909582q39w554334.gif


anigifg.gifanigifk.gif